ภาษีสิ่งแวดล้อม (Environment Tax)
ภาษีสิ่งแวดล้อม แบ่งเป็น 4 ประเภทใหญ่ คือ
1. Pigouvian Tax เป็นวิธีการเก็บภาษี ที่มีการกำหนดอัตราภาษีที่ตายตัวและแน่นอน โดยจะคิดจากปริมาณการปล่อยของเสีย หรือ ต่อปริมาณของความเสียหายที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมดังกล่าว
- อัตราภาษี Pigouvian Tax จะเป็นอัตราตายตัว และ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมูลค่าของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยจะคิดตามปริมาณความเสียหาร หรือ ปริมาณของเสียที่เกิดจากกิจกรรมที่ทำ
- Pigouvian Tax เป็นภาษีสิ่งแวดล้อม ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะ ภาษีจะกระทบต้นทุนการปล่อยมลพิษ หรือ ของเสียโดยตรง
2. Indirect Environment Tax (ภาษีสิ่งแวดล้อมทางอ้อม)
- ภาษีสิ่งแวดล้อมทางอ้อม จะเก็บจากการใช้ปัจจัยการผลิต หรือ ปริมาณการบริโภคสินค้า ภายใต้เงื่อนไข การผลิต หรือ การบริโภค ที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะไม่กระทบต่อปริมาณการปล่อยของเสีย และ ปริมาณความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม แต่จะส่งผลต่อราคา โดยเปรียบเทียบสินค้าที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ราคาสินค้าดังกล่าวจะมีราคาสูง
ตัวอย่าง Indirect Environment Tax
- Carbon Tax มีการนำมาใช้ เพื่อลดปัญหาโลกร้อน เนื่องจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยจะเก็บจาก จำนวนเชื้อเพลิงฟอสซิล ในสัดส่วนที่คงที่ต่อจำนวนความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม
- Petroleum Tax ถูกนำมาใช้เพื่อลดมลพิษทางอากาศ แต่ไม่มีประสิทธิภาพ เหมือนกับ Pigouvian Tax เพราะ ไม่มีความสัมพันธ์ในสัดส่วนของการใช้ปิโตรเลียม และ ความเสียหายที่เกิดกับสิ่งแวดล้อม
3. ภาษีอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ภาษีสรรพสามิต และ ภาษีเงินได้
- การเก็บภาษีสรรพสามิต บน ผลิตภัณฑ์น้ำมัน จะไม่ส่งผลต่อการลดปริมาณความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม
- การเก็บภาษีเงินได้ ก็ไม่ได้มีผลต่อสิ่งแวดล้อม
4. Earmarked Tax เป็นภาษีที่เก็บเพื่อ เพิ่มรายรับ เอาไปใช้ในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ซึ่งต่างจากภาษี ประเภทอื่นๆ ที่มีผลต่อราคาของสินค้าที่มีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม
สินค้าของAmanda Accounting ที่สามารถคำนวณภาษี ได้ มีดังนี้
- Amanda XimONE โปรแกรมบัญชี ระบบขาย ระบบลูกหนี้เจ้าหนี้
- Amanda BiznessONE โปรแกรมบัญชีที่เชื่อมโยงหลายระบบ
- Amanda Withholding Tax โปรแกรมภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ที่มา : สรรพากรสาส์น

