โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป Amanda Accounting
Author:
• Wednesday, March 17th, 2010

ข้อควรระวังในการจัดทำงบการเงิน

งบดุล (Trial Balance)

1. ไม่พบรายการสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการในงบการเงิน
2. ห้างฯ ร้าน ที่นำสินค้าเข้าจากต่างประเทศ และส่งออกไปต่างประเทศ ต้องมีรายการฝากเงินที่สถาบันการเงิน และรายการกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
3. บริษัทฯ ที่รับเหมาก่อสร้างให้กับหน่วยงานราชการ ต้องมีรายการเงินฝากในสถาบันการเงิน
4. บันทึกรายการที่เป็นกรรมสิทธิ์ของหุ้นส่วน เป็นสินทรัพย์ของบริษัทฯ  และต้องบันทึกสินทรัพย์ถาวรที่เป็นกรรมสิทธิ์และสินทรัพย์ของบริษัทฯ
5. การจัดประเภทรายการทางบัญชีผิด เช่น จัดประเภทรายการเจ้าหนี้เช่าซื้อเป็นเจ้าหนี้การค้า จัดปรเภทสินทรัพย์หมุนเวียนเป้นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เป็นต้น
6. ไม่ควรแสดงรายการลูกหนี้ เจ้าหนี้ และเงินกู้ ที่เป้นคนๆ เดียวกัน จะทำให้งบการเงินเข้าใจผิด
7. มูลค่าสินทรัพย์ในงบการเงินสูงเกินไป เนื่องจากมีการนำภาษีมูลค่าที่ขอคืนไปรวมกับมูลค่าของทรัพย์สิน
8. งบการเงินที่ข้อมูลส่วนของหุ้นส่วน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น แสดงข้อมูลของหุ้นส่วนไม่ตรงกับข้อมูลในทะเบียนนิติบุคคลในระบบอินเตอร์เน็ตของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
9. ลูกหนี้ค่าหุ้น เป็นรายการสินทรัพย์ ต้องนำไปหักส่วนของผู้ถือหุ้น
10. จำนวนยอดเงินรวมของสินทรัพย์ ต้องเท่ากับ ยอดหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น

งบกำไรขาดทุน (Profit and Loss Statement)

1. งบการเงินต้องแสดงรายการ้นทุนขาย หรืือ บริการ ถ้าไม่มี ถือว่าผิดปกติ
2. มีการจัดประเภทรายการทางบัญชีผิด เช่น จัดประเภทค่าใช้จ่ายในหมวดต้นทุนขาย หรือ บริการ ไปไว้ในค่าใช้จ่ายการขายและบริหาร เป็นต้น
3. ค่าใช้จ่ายการขายและบริหาร แสดงรายการไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น ไม่แสดงรายการค่าสอบบัญชีประจำปี ไม่แสดงรายการดอกเบี้ยรับสำหรับบัญชีเงินฝากสถาบันการเงิน เป็นต้น
4. งบการเงินที่มีรายการทรัพย์สิน ต้องมีรายการค่าเสื่อมราคา และ คำนวณค่าเสื่อมราคาทุกรายการตั้งแต่วันที่ได้มาของทรัพย์สิน
5. รายการค่าเสื่อมราคาในงบกำไรขาดทุนต้องมีจำนวนเงินตรงกับหมายเหตุประกอบงบการเงิน

หมายเหตุประกอบงบการเงิน
1. ไม่มีหมายเหตุประกอบงบการเงิน
2. เปิดเผยข้อมูลทั่วไปที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น ระบุประเภทกิจการผิด
3. ไม่สรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ ที่ทำให้ผู้ใช้งบการเงินเข้าใจ ลักษณะของรายการ และ เหตุการณ์ทางบัญชี เช่น รายได้ รายจ่าย สินค้าคงเหลือ การคำนวณค่าเสื่อมราคา
4. เปิดเผยนโยบายการบัญชีในส่วนการรับรู้รายได้ และ ค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์สิทธิ เกณฑ์พึงรับพึงจ่าย เกณฑ์ค้างรับค้างจ่าย ที่ไม่เป้นไปตามมาตรฐานการบัญชีและแม่บทการบัญชี
5. เปิดเผยนโยบายการบัญชี วิธีการรับรู้รายได้รายจ่าย ของแต่ละประเภทธุรกิจไม่เหมาะสมหรือไม่ครบ
6. เปิดเผยรายละเอียดของสินทรัพย์ถาวรที่มีรายละเอียดไม่ครบตามมาตรฐานการบัญชี เช่น อายุการใช้งาน อัตราการคิดค่าเสื่อมราคา
7. ไม่เปิดเผยวิธีการคำนวณค่าเสื่อมราคา หรือ เปิดเผยวิธีการคิดค่าเสื่อมราคา ที่อ้างอิงตามประมวลรัษฎากร ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี
8. เปิดเผยวิธีการคำนวณค่าเสื่อมราคา ไม่ตรงกับการบันทึกบัญชี
9. เปิดเผยนโยบายการตีราคาสินค้าคงเหลือ ไม่เหมาะกับประเภทสินค้าคงเหลือ
10. ไม่เปิดเผยข้อมูลที่สำคัญตามมาตรฐานการบัญชี เช่น ภาระผูกพัน ข้อมูลทางการเงิน เป็นต้น

ที่มา : กรมสรรพากร

สินค้าที่เกี่ยวข้อง
1. Amanda General Ledger โปรแกรมระบบบัญชีแยกประเภททั่วไป
2. Amanda BiznessONE โปรแกรมบัญชีที่มีหลายระบบ และ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้หลายระบบ

  • Share/Bookmark
Author:
• Monday, February 15th, 2010

ภาษีธุรกิจเฉพาะ

ภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นภาษีที่จัดเก็บเฉพาะกิจการ เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 2535 และใช้เก็บด้วยกันกับภาษีมูลค่าเพิ่ม

ผู้ที่ประกอบธุรกิจรูปแบบต่อไปนี้ต้องเสียภาษีเฉพาะ

1. บุคคลธรรมดา
2. คณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล
3. กองมรดก
4. ห้างหุ้นส่วนสามัญ
5. กองทุน
6. หน่วยงานหรือกิจการของเอกชนที่ทำโดยบุคคลธรรมดาตั้งแต่สองคนขึ้นไป ที่ไม่ใช่นิติบุคคล
7. องค์การ สหกรณ์ และองค์กรอื่นๆ ของรัฐบาล ที่เป็นนิติบุคคล

ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศไทย ให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการรวมถึง ลูกจ้าง ตัวแทน หรือ ผู้ทำการแทน ที่มีอำนาจในการจัดการแทนโดยตรง หรือ ผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในประเทศไทย เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีร่วมกับผู้ประกอบกิจการ ดังกล่าว

รูปแบบธุรกิจที่ต้องเสียภาษีเฉพาะ ได้แก่
1. ธนาคารพาณิชย์
2. ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
3. ธุรกิจประกันชีวิต
4. ธุรกิจโรงรับจำนำ
5. ธุรกิจคล้ายธนาคาร เช่น การให้กู้ยืมเงิน การค้ำประกัน แลกเปลี่ยนเงิน ซื้อ ขาย และ ออกตั๋วเงิน รับส่งเงินไปต่างประเทศ

6. ธุรกิจซื้อ – ขายอสังหาริมทรัพย์

สินค้าที่เกี่ยวข้อง
1.Amanda BiznessONE โปรแกรมบัญชีที่สามารถเชื่อมโยงได้หลายระบบ

ที่มากรมสรรพากร

  • Share/Bookmark
Author:
• Monday, January 25th, 2010

ประเภทของรายได้ที่ต้องเสียภาษี

ประเภทองรายได้ที่ต้องเสียภาษี แบ่งออกเป็น 8 ประเภท ดังนี้

1. เงินได้ที่มาจากการว่าจ้างงาน ได้แก่ เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส หุ้นองพนักงาน และภาษีที่นายจ้างออกแทนลูกจ้าง รวมทั้งผลประโยชน์ที่ได้จากการจ้างแรงงาน

- กฎหมายกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายได้แค่ 40% ต่อปี แต่ไม่เกิน 60,000 บาท ต่อปี

2. เงินได้จากการปฏิบัติงานให้สำเร็จ ได้แก่ รายได้จากหน้าที่งาน ตำแหน่งงาน หรือ การรับทำงานให้ เช่น การเป็นที่ปรึกษา กรรมการ

- กฎหมายกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายได้แค่ 40% ต่อปี แต่ไม่เกิน 60,000 บาท ต่อปี

3. ค่าสิทธิ เป็นรายได้ที่ได้มาโดยไม่ต้องลงแรง ดังนั้น กฎหมายจึงไม่หักค่าใช้จ่าย แต่ให้หักค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าลิขสิทธิ์ 40% ต่อปี แต่ไม่เกิน 60,000 บาท ต่อปี

4. รายได้ที่มาจากการลงทุน ได้แก่ ดอกเบี้ย เงินปันผล กำไรจากการโอนขายหุ้น เงินโบนัสที่จ่ายให้ผู้ถือหุ้น เงินที่ได้จากการลดทุน เพิ่มทุน ควบบริษัท และเลิกกิจการ

- รายได้กลุ่มนี้ กฎหมายไม่ให้หักค่าใช้จ่าย แต่ให้หักค่าใช้จ่ายกรณีได้รับเงินจากการโอนขายหุ้น เท่ากับเงินลงทุน เพื่อซื้อหุ้น

5. ค่าเช่า และ ค่ากินเปล่า ได้แก่ ค่าแป๊ะเจี๊ยะ ค่าปลูกสร้าง ค่ากรรมสิทธิ์ของอาคารหรือโรงเรือน

- กฎหมายให่้หักค่าใช้จ่ายได้ 10 – 30% หรือจะหักตามสมควรก็ได้

6. รายได้จากวิชาชีพอิสระ ได้แก่ รายได้จากวิชาชีพกฎหมาย รายได้จากการประกอบโรคศิลปะ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม บัญชี

- กฎหมายให้หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา ได้ 30% ยกเว้นวิชาชีพแพทย์ให้หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 60% นอกจากนี้ ผู้ประกอบวิชาชีพดังกล่าว ยังสามารถขอหักค่าใช้จ่ายได้ตามสมควรอีกด้วย

7. ค่ารับเหมาก่อสร้าง ที่จัดหาอุปกรณ์ในการก่อสร้าง ถ้ารับเหมาเฉพาะค่าแรงจะไม่เข้ารายได้ประเภทนี้

- กฎหมายให้หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 70% ต่อปี หรือ จะหักตามสมควรก็ได้

8. รายได้อื่นๆ ที่ไม่เข้าประเภท 1 – 7 ข้างต้น

- กฎหมายยอมให้หักค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริง หรือ ตามสมควร เท่านั้น ยกเว้นเงินได้ 43 ประเภทที่กฎหมายยอมให้หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้

สินค้าที่เกี่ยวข้อง
1. Amanda BiznessONE โปรแกรมบัญชีที่เชื่อมโยงข้อมูลทั้งระบบ

2. Amanda Withholding Tax โปรแกรมระบบหักภาษี ณ ที่จ่าย

  • Share/Bookmark