Archive for the Category ◊ บทความ ◊

Author:
• Wednesday, March 24th, 2010

รอบบัญชี ใครว่าไม่สำคัญ …

รอบบัญชี หรือ รอบระยะเวลาบัญชี คือ ระยะเวลาที่ผู้เสียภาษีทุกคนต้องนำรายได้ และ รายจ่าย ที่ต้องเสียภาษีมาคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ถ้าหากลงรายได้รายจ่ายผิด ทำให้คำนวณผิด และอาจทำให้ต้องเสียค่าปรับ

ปกติแล้วกฎหมายกำหนดรอบบัญชีไว้ 12 เดือน การนับ 12 เดือน เต็ม ตัวอย่างเช่น 1 มกราคม – 31 ธันวาคม หรือ 15 กุมภาพันธ์ – 14 กุมภาพันธ์ หรือ 1 มีนาคม – 28 กุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตามกฎหมายก็กำหนดให้บางกรณี ที่รอบบัญชีไม่ครบ 12 เดือน หรือ อาจจะมากกว่า 12 เดือน ดังต่อไปนี้

1. บริษัท เริ่มจัดตั้งใหม่ จะถือว่าวันเริ่มตั้ง ถึง วันใดวันหนึ่งเป็นรอบบัญชีรอบแรก
- ถ้าบริษัทกำหนดรอบบัญชีแรกไม่ถึง 12 เดือน ก็จะไม่ถูกเรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลงวด 6 เดือนแรก (ภงด. 51) ถ้าบริษัท ไปยื่นแบบ ภงด.51 ก็มีผลเท่ากับการยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษี ครึ่งปี โดยที่ไม่มีหน้าที่ต้องยื่น ถ้าหากการประมาณการกำไรสุทธิขณะที่ยื่นแบบ ภงด. 51 ขาดไป 25๔ ก็ไม่ค้องเสียเงินเพิ่ม

2. บริษัท ขอเปลี่ยนวันสุดท้ายของรอบบัญชี
- หากบริษัทต้องการเปลี่ยนวันสุดท้ายของรอบบัญชี สามารถทำได้โดยยื่นคำร้องกับอธิบดีกรมสรรพากร ถ้าอธิบดีกรมสรรพากรอนุญาตให้เปลี่ยนวันสุดท้ายของรอบบัญชี บริษัทจะต้องถือปฏิบัติตามรอบบัญชีนั้น

3. บริษัทได้มีการล้มเลิกกิจการ (Out of Business) หรือ ควบรวมกิจการ (Merger)
- บริษัทที่เลิกกิจการ หรือ ควบรวมกิจการ อาจจะมีรอบบัญชีไม่ถึง 12 เดือนก็ได้ และตามประมวลรัษฎากร ให้ถือวันที่นายทะเบียนหุ้นส่วนรับจดทะเบียนเลิกกิจการ หรือ ควบรวม เป็นวันสุดท้ายของรอบบัญชี

4. การขยายรอบบัญชี
- กรณีที่บริษัท เลิกกิจการ หากผู้ชำระบัญชีและผู้จัดการ ไม่สามารถยื่นรายการ  และ เสียภาษี ภายใน 150 วัน นับตั้งแต่วันที่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทรับจดทะเบียนเลิก ถ้าได้ยื่นคำร้องต่ออธิบดีภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่เจ้าพนักงานจดทะเบียนเลิก อธิบดีกรมสรรพากรอาจจะอนุญาตให้ขยายรอบบัญชีไปอีกก็ได้

- การที่จะอนุญาตให้ขยายรอบบัญชี ก็ต่อเมื่อ รอบบัญชีที่ขยายอาจยาวกว่า 12 เดือน ซึ่งเป็นเพียงกรณีเดียวที่รอบบัญชีอาจมากกว่า 12 เดือน

นอกจาก รอบบัญชีจะมีความเกี่ยวข้องกับภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่มก็ใช้รอบบัญชีในการวัดรายได้ผู้ประกอบการว่าเป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่จะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ ตามพระราชกฤษฎีกาฯ พ.ศ.2548 กำหนดว่า มูลค่าฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม (ที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม) จะต้องไม่เกิดน 1,800,000 บาท ต่อ ปี

**คำว่า ปี ในกรณีของนิติบุคคล ให้นับตามรอบบัญชี ยกเว้น กรณีที่เริ่มประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่เริ่มประกอบกิจการ ถึง วันสิ้นรอบบัญชี

หลังจากอ่านจบแล้วอย่าลืมไปตรวจสอบรอบบัญชีของบริษัทฯ ด้วยนะครับ ….

สินค้าที่เกี่ยวข้อง
1. Amanda General Ledger โปรแกรมระบบบัญชีแยกประเภททั่วไป
2. Amanda BiznessONE โปรแกรมบัญชีที่มีหลายระบบ และ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้หลายระบบ
3. Amanda XimONE โปรแกรมระบบบัญชี ที่มีทั้งระบบการขาย และ ระบบบัญชีลูกหนี้เจ้าหนี้ ในโปรแกรมเดียว

  • Share/Bookmark
Author:
• Wednesday, March 17th, 2010

ข้อควรระวังในการจัดทำงบการเงิน

งบดุล (Trial Balance)

1. ไม่พบรายการสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการในงบการเงิน
2. ห้างฯ ร้าน ที่นำสินค้าเข้าจากต่างประเทศ และส่งออกไปต่างประเทศ ต้องมีรายการฝากเงินที่สถาบันการเงิน และรายการกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
3. บริษัทฯ ที่รับเหมาก่อสร้างให้กับหน่วยงานราชการ ต้องมีรายการเงินฝากในสถาบันการเงิน
4. บันทึกรายการที่เป็นกรรมสิทธิ์ของหุ้นส่วน เป็นสินทรัพย์ของบริษัทฯ  และต้องบันทึกสินทรัพย์ถาวรที่เป็นกรรมสิทธิ์และสินทรัพย์ของบริษัทฯ
5. การจัดประเภทรายการทางบัญชีผิด เช่น จัดประเภทรายการเจ้าหนี้เช่าซื้อเป็นเจ้าหนี้การค้า จัดปรเภทสินทรัพย์หมุนเวียนเป้นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เป็นต้น
6. ไม่ควรแสดงรายการลูกหนี้ เจ้าหนี้ และเงินกู้ ที่เป้นคนๆ เดียวกัน จะทำให้งบการเงินเข้าใจผิด
7. มูลค่าสินทรัพย์ในงบการเงินสูงเกินไป เนื่องจากมีการนำภาษีมูลค่าที่ขอคืนไปรวมกับมูลค่าของทรัพย์สิน
8. งบการเงินที่ข้อมูลส่วนของหุ้นส่วน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น แสดงข้อมูลของหุ้นส่วนไม่ตรงกับข้อมูลในทะเบียนนิติบุคคลในระบบอินเตอร์เน็ตของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
9. ลูกหนี้ค่าหุ้น เป็นรายการสินทรัพย์ ต้องนำไปหักส่วนของผู้ถือหุ้น
10. จำนวนยอดเงินรวมของสินทรัพย์ ต้องเท่ากับ ยอดหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น

งบกำไรขาดทุน (Profit and Loss Statement)

1. งบการเงินต้องแสดงรายการ้นทุนขาย หรืือ บริการ ถ้าไม่มี ถือว่าผิดปกติ
2. มีการจัดประเภทรายการทางบัญชีผิด เช่น จัดประเภทค่าใช้จ่ายในหมวดต้นทุนขาย หรือ บริการ ไปไว้ในค่าใช้จ่ายการขายและบริหาร เป็นต้น
3. ค่าใช้จ่ายการขายและบริหาร แสดงรายการไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น ไม่แสดงรายการค่าสอบบัญชีประจำปี ไม่แสดงรายการดอกเบี้ยรับสำหรับบัญชีเงินฝากสถาบันการเงิน เป็นต้น
4. งบการเงินที่มีรายการทรัพย์สิน ต้องมีรายการค่าเสื่อมราคา และ คำนวณค่าเสื่อมราคาทุกรายการตั้งแต่วันที่ได้มาของทรัพย์สิน
5. รายการค่าเสื่อมราคาในงบกำไรขาดทุนต้องมีจำนวนเงินตรงกับหมายเหตุประกอบงบการเงิน

หมายเหตุประกอบงบการเงิน
1. ไม่มีหมายเหตุประกอบงบการเงิน
2. เปิดเผยข้อมูลทั่วไปที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น ระบุประเภทกิจการผิด
3. ไม่สรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ ที่ทำให้ผู้ใช้งบการเงินเข้าใจ ลักษณะของรายการ และ เหตุการณ์ทางบัญชี เช่น รายได้ รายจ่าย สินค้าคงเหลือ การคำนวณค่าเสื่อมราคา
4. เปิดเผยนโยบายการบัญชีในส่วนการรับรู้รายได้ และ ค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์สิทธิ เกณฑ์พึงรับพึงจ่าย เกณฑ์ค้างรับค้างจ่าย ที่ไม่เป้นไปตามมาตรฐานการบัญชีและแม่บทการบัญชี
5. เปิดเผยนโยบายการบัญชี วิธีการรับรู้รายได้รายจ่าย ของแต่ละประเภทธุรกิจไม่เหมาะสมหรือไม่ครบ
6. เปิดเผยรายละเอียดของสินทรัพย์ถาวรที่มีรายละเอียดไม่ครบตามมาตรฐานการบัญชี เช่น อายุการใช้งาน อัตราการคิดค่าเสื่อมราคา
7. ไม่เปิดเผยวิธีการคำนวณค่าเสื่อมราคา หรือ เปิดเผยวิธีการคิดค่าเสื่อมราคา ที่อ้างอิงตามประมวลรัษฎากร ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี
8. เปิดเผยวิธีการคำนวณค่าเสื่อมราคา ไม่ตรงกับการบันทึกบัญชี
9. เปิดเผยนโยบายการตีราคาสินค้าคงเหลือ ไม่เหมาะกับประเภทสินค้าคงเหลือ
10. ไม่เปิดเผยข้อมูลที่สำคัญตามมาตรฐานการบัญชี เช่น ภาระผูกพัน ข้อมูลทางการเงิน เป็นต้น

ที่มา : กรมสรรพากร

สินค้าที่เกี่ยวข้อง
1. Amanda General Ledger โปรแกรมระบบบัญชีแยกประเภททั่วไป
2. Amanda BiznessONE โปรแกรมบัญชีที่มีหลายระบบ และ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้หลายระบบ

  • Share/Bookmark
Author:
• Monday, February 15th, 2010

ภาษีธุรกิจเฉพาะ

ภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นภาษีที่จัดเก็บเฉพาะกิจการ เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 2535 และใช้เก็บด้วยกันกับภาษีมูลค่าเพิ่ม

ผู้ที่ประกอบธุรกิจรูปแบบต่อไปนี้ต้องเสียภาษีเฉพาะ

1. บุคคลธรรมดา
2. คณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล
3. กองมรดก
4. ห้างหุ้นส่วนสามัญ
5. กองทุน
6. หน่วยงานหรือกิจการของเอกชนที่ทำโดยบุคคลธรรมดาตั้งแต่สองคนขึ้นไป ที่ไม่ใช่นิติบุคคล
7. องค์การ สหกรณ์ และองค์กรอื่นๆ ของรัฐบาล ที่เป็นนิติบุคคล

ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศไทย ให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการรวมถึง ลูกจ้าง ตัวแทน หรือ ผู้ทำการแทน ที่มีอำนาจในการจัดการแทนโดยตรง หรือ ผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในประเทศไทย เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีร่วมกับผู้ประกอบกิจการ ดังกล่าว

รูปแบบธุรกิจที่ต้องเสียภาษีเฉพาะ ได้แก่
1. ธนาคารพาณิชย์
2. ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
3. ธุรกิจประกันชีวิต
4. ธุรกิจโรงรับจำนำ
5. ธุรกิจคล้ายธนาคาร เช่น การให้กู้ยืมเงิน การค้ำประกัน แลกเปลี่ยนเงิน ซื้อ ขาย และ ออกตั๋วเงิน รับส่งเงินไปต่างประเทศ

6. ธุรกิจซื้อ – ขายอสังหาริมทรัพย์

สินค้าที่เกี่ยวข้อง
1.Amanda BiznessONE โปรแกรมบัญชีที่สามารถเชื่อมโยงได้หลายระบบ

ที่มากรมสรรพากร

  • Share/Bookmark