Archive for ◊ 2010 ◊

Author:
• Thursday, July 15th, 2010

โปรแกรมบริหารจัดการงานโรงแรม

Amanda Hotel Manager

โปรแกรมบริหารจัดการงานโรงแรม Amanda Hotel Manager

โปรแกรมบริหารจัดการงานโรงแรม Amanda Hotel Manager

ระบบบริหารจัดการโรงแรม Amanda Hotel Manager สามารถใช้ได้กับธุรกิจห้องพัก หลายรูปแบบ เช่น โรงแรม (Hotel) ห้องพัก บังกาโล (Bungalow) เกสต์เฮ้าส์ (Guest house) เป็นต้น

โปรแกรมระบบโรงแรม Amanda Hotel Manager สามารถบริหารงานได้ ตั้งแต่การจองห้องพัก (Reservation System) Check In – Check Out เก็บประวัติการเข้าพักของลูกค้า แล้วสามารถสรุปเป็นรายงานได้ เช่น รายชื่อห้องพัก รายชื่อลูกค้า รายงานห้องพักที่ใช้ประจำ รายงานลูกค้าประจำ รายงานการเข้าพักของลูกค้าแต่ละราย รายงานสถานะห้องพัก (Room Status) รายงานการเข้าพัก รายงานการ Check Out รายงานห้องว่าง รายงานสรุปรายได้ พิมพ์ใบเสร็จรับเงิน และพิมพ์ใบจองห้องพัก เป็นต้น

 

Key Features
Amanda Hotel Manager มีคุณสมบัติที่น่าสนใจ ดังนี้
- โปรแกรมถูกออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่สวยงามทันสมัย ใช้งานง่าย
- สามารถใช้ได้กับโรงแรม ห้องพัก บังกาโล และเกสต์เฮ้าส์
- สามารถจัดการงานตั้งแต่การจองห้องพัก การ Check In – Check Out
- สามารถเก็บประวัติข้อมูลการเข้าพักของลูกค้าได้
- จัดเก็บข้อมูลการจองห้องพักล่วงหน้า
- แสดงรายละเอียดห้องพักที่ใช้ประจำ
- แสดงรายละเอียดลูกค้าประจำ
- แสดงรายละเอียดการเข้าพักของลูกค้าแต่ละราย
- แสดงรายละเอียดการเข้าพักและการออก
- แสดงรายละเอียดสถานะห้องพัก
- แสดงรายละเอียดสถานะห้องว่าง
- แสดงรายละเอียดรายรับ – รายจ่าย
- สามารถเลือกใช้ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษทั้งหน้าจอและรายงานได้เอง
- มีระบบรักษาความปลอดภัย (Password)
Key Features
- ใช้ได้กับธุรกิจห้องพักที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม ห้องพัก บังกาโล หรือ เกสต์เฮ้าส์
- บริหารงานได้ตั้งแต่การจองห้องพัก Check In – Check Out
- เก็บประวัติข้อมูลการเข้าพักของลูกค้า และ การจองห้องพักล่วงหน้า
- แสดงรายละเอียดห้องพักที่ใช้ประจำ / รายชื่อลูกค้าประจำ / การเข้าพักของลูกค้าแต่ละราย / การเข้าพักและการออก / สถานะห้องพัก / สถานะห้องว่าง / รายรับ – รายจ่าย
- ใช้ได้ทั้งภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ ทั้งหน้าจอและรายงาน
Amanda Hotel Manager มี 1 รุ่น ดังนี้
  • Share/Bookmark
Author:
• Wednesday, July 14th, 2010

หลักการเตรียมพร้อมในการยื่นภาษี

หลักการในการเตรียมตัวก่อนยื่นภาษี มี ดังนี้

1. ไม่ต้อตื่นตกใจ เมื่อได้รับหมายเรียกตรวจภาษี จากกรมสรรพากร ให้ดูว่าเขาจะมาตรวจภาษีประเภทใด ภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) หรือ ภาษีเงินไดนิติบุคคล ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง และต้องไปพบเมื่อไหร่

2.  มอบหมายหน้าที่ให้เจ้าหน้าที่ ที่มีความรู้ทางภาษี และ มนุษยสัมพันธ์ดี เป็นผู้ประสานงาน เพราะจะสามารถเจรจาต่อรอง และหาทางแก้ไขปัญหาให้ได้

3. ไม่จำเป็นต้องรีบไปตามนัด เพราะว่าถ้าไปตามนัดแล้วเตรียมตัวไม่พร้อม อาจสร้างความหงุดหงิดให้แก่เจ้าหน้าที่ ในทางกลับกัน ถ้าเราขอเลื่อนนัด เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม น่าจะดีกว่า

4. เมื่อเรารู้แล้วว่าจะตรวจภาษีประเภทไหน และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง แล้วเราก็ต้องมาดูว่า เจ้าหน้าที่สรรพากรต้องการข้อมูลด้านไหน

กรณีการขอตรวจภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

- ด้านภาษีขาย : เขาจะดูว่ารายได้ทั้งหมด มีการออกใบกำกับภาษีครบถ้วนหรือไม่

- ด้านภาษีซื้อ : เขาจะดูความครบถ้วนสมบูรณ์ของใบกำกับภาษีซื้อ และเมื่อมีการชำระค่าบริการไปต่างประเทศ ได้นำส่ง VAT 7% ของค่าบริการ ด้วย ภ.พ.36 หรือไม่

กรณีขอตรวจภาษีเงินได้นิติบุคคล

- ประเด็นหลัก คือ เราได้บันทึกรายได้ครบถ้วนหรือไม่ และค่าใช้จ่ายที่นำมาหัก เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ส่วนค่าใช้จ่ายที่ออกไป มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ครบถ้วนหรือไม่

สินค้าที่เกี่ยวข้อง
Amanda Withholding Tax ระบบหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

ที่มา นิตยสาร K SME INSPIRED VOL.3 NO.10 APRIL – JUNE 2009

  • Share/Bookmark
Category: บทความ  | Comments off
Author:
• Tuesday, May 25th, 2010

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย Versus ภาษีมูลค่าเพิ่ม

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ระหว่าง หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (หรือที่เรียกว่า ภาษีหัก ณ ที่จ่าย Withholding Tax) และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่างกันยังไง

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) เป็นภาษีที่ออกโดย ผู้ให้บริการที่เป็นบุคคลและนิติบุคคลที่อยู่ในประเทศ ถ้าหากเราเป็นนิติบุคคล เราต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% และต้องออกหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่ายทุกครั้ง และต้องนำส่งสรรพากร ทุกวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

ถ้าเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลต่างประเทศ จะมีอัตราการหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% แล้วถ้าผู้รับอยู่ในประเทศ ที่มีอนุสัญญาภาษี ซ้อนกับ ประเทศไทย อาจจะไม่ต้องหักภาษี หรือ หักในอัตราลดลง จะขึ้นอยู่กับว่าเป็นค่าใช้จ่ายประเภทใด และผู้รับมีสถานประกอบการในประเทศไทยหรือไม่ การส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายประเภทนี้ต้องใช้แบบฟอร์ม ภ.ง.ด.54 และส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax) เป็นภาษีที่มาจากการจดทะเบียนของบุคคลหรือนิติบุคคลในประเทศ ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับภาษีมูลค่าเพิ่ม

มีข้อควรระวัง คือ ถ้าหากผู้ให้บริการอยู่ต่างประเทศ เราจะต้องยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยแบบฟอร์ม ภ.พ.36 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป แทนเขาหลังจากที่ชำระเงิน แล้วถ้าเราเป็นผู้ประกอบการ เราก็สามารถขอคืนภาษีนั้นเหมือนกับการขอคืนภาษีซื้อในประเทศไทย

สินค้าที่เกี่ยวข้อง
1. Amanda Withholding Tax โปรแกรมหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
2. Amanda XimONE โปรแกรมระบบลูกหนี้เจ้าหนี้ และ ระบบขาย
3. Amanda BiznessONE โปรแกรมบัญชี ระบบซื้อ ขาย ลูกหนี้ เจ้าหนี้ สต็อก

ขอขอบคุณ บทความดีๆ จาก นิตยสาร K SME Inspired Quarter 1, 2010
  • Share/Bookmark